วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อีสาน แหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม ชุด สารคดีท่องเที่ยวเมืองอุบล ตอน สามพันโบกประติมากรรมแผ่นผา หาดทราย จากสายน้ำโขง

เรื่องและภาพโดยครูแคท
สามพันโบก ที่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านปากห้วยวังนอง ได้ไปสัมผัสค้นคว้าศึกษาในวันนี้
มีสิ่งมหัศจรรย์ที่ควรอนุรักษ์ สืบสาน เผยแพร่ความรู้สู่เพื่อน ๆ ให้มีโอกาสมาเยือนถึงถิ่นให้ได้ เพราะเป็น
สิ่งมหัศจรรย์ในเมืองไทย Unseen Thailand และมีสถานที่อีกมากมายน่าสนใจ เช่น หาดสลึง บ้านผาชัน ปากบ้อง
หินหัวพะเนียง แก่งสองคอน วิถีชีวิตผู้คนในถิ่น อาชีพการทำมาหากิน อาหารจากปลานานาชนิด และอื่น ๆ
อีกมากมายที่น่าสนใจ
1. สามพันโบก


เป็นกลุ่มหินทรายแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ที่ทอดตัวยาวริมฝั่งโขงไทยและลาว สายน้ำแคบและเป็นคุ้งน้ำ ริมฝั่งโขงบริเวณนี้เป็นกลุ่มหินที่เรียงตัวทอดยาวเป็นเส้นดอนขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 10 ตารางกิโลเมตร ผาหินบริเวณโค้งด้านหน้ารับแรงนื้ที่ไหลจากตอนบนก่อเกิดประติมากรรมธรรมชาติที่งดงาม จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ โบก อันเกิดจากกระแสน้ำได้พัดพาก้อนกรวด หิน ทราย และเศษไม้ กัดเซาะขัดแผ่นหินทราย ให้เกิดเป็นหลุมแอ่งมีขนาดเล็ก ๆ จนถึงขนาดใหญ่จำนวนมากมาย หินบางก้อนถูกกัดกร่อนคล้ายงานแกะสลัก เป็นรูปสัตว์ รูปหัวใจ รูปมิคกี้เมาส์จากโบกจำนวนมากมาย จนสถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่า สามพันโบก แก่งสามพันโบก เป็น
แก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลากประมาณกลางเดือนกรกฎาคม-เดือนตุลาคม และโผล่พ้นน้ำอวด
ความงามให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมได้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน ทุกปี โดยมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่
น่าสนใจ
2. หาดสลึง



เป็นหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ที่บ้านสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 115 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2050 (อุบลฯ-ตระการ-โพธิ์ไทร) ในฤดูแล้ง ประมาณมกราคม- มิถุนายน เมื่อน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลง จะมีหาดทรายที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง จากตำนานเชื่อกันว่า ชื่อหาดสลึงเกิดจากการที่คนมาเล่นน้ำช่วงสงกรานต์นานมาแล้ว ในสมัยที่ใช้เหรียญสลึง
1 สลึงสมัยนั้น มีค่าสามารถซื้อควายได้ 1 ตัว ตามนิสัยของคนไทยบางคนเมื่อมารวมกันมาก มักจะมีการพนัน
เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอผู้ที่มาเล่นน้ำที่หาดแห่งนั้นตั้งคำท้าทายความสามารถ โดยมีเดิมพันว่า ณ กลางเดือนเมษายนเวลาเที่ยงวันถ้าใครสามารถเดินหรือวิ่งบนหาดได้ตลอดแนว (ยาวประมาณ 860 เมตร) โดยไม่แวะพักระหว่างวิ่ง จะได้รับเงินเดิมพัน 1 สลึง นับตั้งแต่มีการเดิมพันมาไม่เคยมีใครได้รับรางวัลนี้เลย ชาวบ้านจึงขนานนามหาด
แห่งนี้ว่า “หาดสลึง”
3.บ้านผาชัน และเสาเฉลียงใหญ่ที่สุดในโลก

ชุมชนบ้านผาชันเริ่มก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2433 เดิมทีชื่อบ้านละครใต้ โดยผู้จัดตั้งคือพ่อขุนแก้ว ธรรมเที่ยง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2457 ทางราชการได้จัดตั้งให้เป็นหมู่บ้านถาวรและได้เปลี่ยนชื่อบ้านละครใต้เป็น
บ้านผาชันในปี พ.ศ.2460 ทางราชการได้จัดตั้งให้มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านขึ้นจากอดีตจนถึงปัจจุบันมีทั้งหมด
6 ท่าน บ้านผาชันมีพื้นที่ทั้งหมด 13,750 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่อาชีพทำนา รองลงมาประมงน้ำโขงสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินลาดเอียงลงสู่แม่น้ำโขง และพื้นที่บางส่วนเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยว เช่น ผาชัน เสาเฉลียง
ถ้ำโลง ป่าพันปี สวนหิน ถ้ำนางเข็ญฝ้าย สอบถามรายละเอียดกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บ้านผาชัน หมู่ที่ 7 ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี โทร.089-7208900, 086-2614910
4. ปากบ้อง
เป็นจุดชมวิวที่หมู่บ้านสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจุดที่แม่น้ำโขงไหลพาดปะทะกับแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย การปะทะกันของพลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดภูมิประเทศที่มหัศจรรย์มากมายซึ่จะสัมผัสได้ยามที่แม่น้ำดขงลดระดับลงได้ที่ในยามฤดูแล้งราวเดือนพฤศจิกายน – มิถุนายน ตลอดรยะทางที่ไหลผ่านประเทศไทยยาวกว่า 700 กิโลเมตร เป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุด “ปากบ้อง” เป็นหน้าผาหินที่เกิดจากรอยแยกตัวของแผ่นหินทรายเปลือกโลกลักษณะเหมือนคอขวดส่วนที่แคบที่สุดวัดได้ 56 เมตร
5. หินหัวพะเนียง
อยู่ในพื้นที่หมู่บ้นสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ลักษณะทางภูมิศาสตร์
เป็นเกาะหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำโขงรูปร่างคล้ายอุปกรณ์ประกอบคันไถ อยู่ถัดจากบริเวณปากบ้องขึ้นไปทางเหนือประมาณ 500 เมตร เกาะหินใหญ่โผล่ขวางกลางลำน้ำโขง หินหัวพะเนียง มีรูปร่างคล้ายใบ ไถไม้ (ในภาษาถิ่น พะเนียงไถ คือ แท่นไม้ที่ใช้สวมใบไถเหล็ก) ชาวบ้านจึงเรียกว่า หินหัวพะเนียง แต่ลักษณะหินในบริเวณนี้บางกลุ่มจะเป็นช่อแหลมคม ซึ่งเกิดจากการปะทุขึ้นมาของหินทรายร้อนคล้ายหินภูเขาไฟ แต่ไม่ใช่แมกมาหรือลาวา เมื่อประทุขึ้นมาปะทะกับกระแสน้ำเย็นจึงแข็งตัวกลายเป็นหินที่มีลักษณะเป็นช่อเรียกว่า “หินหัวพะเนียง” เป็นเกาะและแก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย0
6. แก่งสองคอน
เกิดจากการเกาะหินหัวพะเนียงกลางลำน้ำโขงซึ่งเป็นเกาะหินขนาดใหญ่รูปลักษณ์แปลกตา ที่ขนาบข้างด้วย 2 แก่งน้ำโขง ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสายหรือสองคอน (ในภาษาถิ่นคอนแปลว่าแก่ง) จึงเป็นที่มาของชื่อ
ขอขอบคุณ วิทยากรท้องถิ่น นายเรืองประทิน เขียวสด, นางจริยาวัตร สัตยากูล,
นายดาบตำรวจตรีอนุชิต สัตยากูล, และมัคคุเทศก์น้อย 9 คน, ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากห้วยวังนองและคณะครูทุกคนที่ร่วมเดินทาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น